สำหรับในตอนที่ 2 เราจะคุยกันเรื่องเป้าหมายของคุณพ่อคุณแม่ในการสร้างลูกให้เป็นเด็ก 2 ภาษากันค่ะ

สำหรับในตอนที่ 2 เราจะคุยกันเรื่องเป้าหมายของคุณพ่อคุณแม่ในการสร้างลูกให้เป็นเด็ก 2 ภาษากันค่ะ

Class A   ลูกๆยังอายที่จะพูดภาษาอังกฤษ ฟังหรือพูดได้เฉพาะศัพท์พื้นฐาน ในจำนวนคำที่ไม่มาก
 
Class B  ลูกเริ่มพูดหรือฟังได้เป็นประโยคสั้นๆ เรียนรู้คำศัพท์ได้ในปริมาณที่มากขึ้นกว่าใน Class A ฟังคุณพ่อคุณแม่ได้เข้าใจ แต่ยังคงอายและไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ
 
Class C  ลูกฟังหรือพูดได้ในระดับที่ดี ไม่อาย แต่ยังไม่คล่องนัก
 
Class D สามารถฟังและพูดได้คล่อง โดยเป็นธรรมชาติ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
 
สาเหตุที่แบ่งออกเป็น 4 Class ไม่ใช่แบ่งตามความสามารถของลูกๆนะคะ แต่แบ่งตามวิธีการหรือสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการสร้างเด็ก 2 ภาษา หลักๆ ย่อมมาจากคุณพ่อคุณแม่ Class C หรือ Class B ควรเป็นเป้าหมายที่เราคาดหวังในการเริ่มต้น เพราะลูกๆจะได้ประโยชน์และนำไปใช้ต่อเนื่องในโรงเรียน ทีนี้ ลองมาดูนะคะว่าคุณสามารถไปถึงเป้าหมายที่คาดหวังได้จากกิจกรรมหรือเวลาที่มากน้อยแค่ไหน
 
เริ่มจาก

Class A ในระดับนี้บอกเลยว่าคุณพ่อคุณแม่อาจยังไม่ได้ทำตามหลักการที่ถูกต้อง เช่น อาจพยายามสอนคำศัพท์ในระดับพื้นๆให้ลูก แต่สอนไปด้วยแปลไปด้วย ใช้ภาษาไทยเยอะ จนกระทั่งลูกๆไม่ต้องสนใจฟังภาษาอังกฤษที่พ่อแม่พยายามสอน แต่รอคำแปลภาษาไทยแทน หรือความไม่สม่ำเสมอ บางคำที่เคยพูดภาษาอังกฤษกับลูกไปแล้ว ก็กลับมาพูดภาษาไทยอีก

Class B เริ่มมีแววแล้วคะ คุณมีความพยายามที่จะสอนลูกทุกๆครั้งที่ทำได้ และใช้เวลาแบบนี้อย่างสม่ำเสมอ ลูกๆในระดับนี้จะฟังประโยคสั้นๆได้ แต่เรื่องการพูดที่ยังไม่คล่อง อาจเกิดจากการที่พ่อแม่ไม่ได้สร้างเงื่อนไขจูงใจพอให้ลูกพูดกับเราเป็นภาษาอังกฤษ แต่นับเป็นการเริ่มต้นและเตรียมความพร้อมที่ดีคะ
 
Class C ในระดับที่สูงขึ้นมานี้ แม้คุณพ่อคุณแม่บางครอบครัวอาจยังมีข้อจำกัดในเรื่องเวลาในการดูแลลูก อาจต้องทำงานทั้ง 2 คน หรือฝากให้คุณย่าคุณยายดูแลลูก แต่ต้องนับว่ามีเวลาให้กับกิจกรรมสร้างเด็ก 2 ภาษาอย่างมีคุณภาพ โดยมีช่วงเวลาที่จะใช้ภาษาใดภาษาหนึ่งตามช่วงเวลาที่กำหนด หรือตามสถานการณ์ คอยสร้างเงื่อนไขพร้อมๆกับแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆอย่างสม่ำเสมอ จนลูกสามารถพูดและฟังได้อย่างคล่องขึ้น สามารถพูดออกมาเป็นประโยคและพูดคุยตอบโต้ได้ แม้จะดูไม่เร็วจนเป็นธรรมชาติ
 
Class D เป็นความคาดหวังระดับสูงสุดของกิจกรรม อาศัยทั้งแรงกายแรงใจของคุณพ่อคุณแม่ แต่เชื่อเถอะค่ะ ว่าเป็นความพยายามที่ทำแล้วจบ เหมือนการสอนขี่จักรยาน สอนให้ว่ายน้ำ คือเมื่อทำเป็นแล้วก็จะทำเป็นไปตลอดชีวิต ความคล่องแคล่วมาจากการฝึกฝน ซึ่งปัจจุบันมีตัวช่วยเหล่านี้มากมายบนอินเตอร์เน็ต ทั้งหนังทั้งเพลง หรือแม้แต่เพื่อนๆต่างชาติ วิธีการอาจเลือกคุณพ่อคุณแม่ให้ใช้ภาษาหลักแค่เพียงภาษาเดียวกับเค้า เช่นคุณพ่อพูดไทย คุณแม่พูดอังกฤษ ทำแบบต่อเนื่องและทุ่มเท ติดต่อกันประมาณ 3 ปี ควรทำในวัยก่อนเข้าเรียน ลูกยิ่งเล็ก พ่อแม่ยิ่งเริ่มไว โอกาสสำเร็จ 100 %
 
ครั้งหน้าเรามาคุยกันถึงเรื่องความแตกต่างระหว่างการให้โรงเรียนเป็นผู้ดูแลเรื่องภาษาและการที่เราเป็นผู้ดูแลเองนะคะ อย่าหยุดที่จะทำนะคะ ประติมากรรมชิ้นงาม เริ่มปั้นจากดินเหนียวธรรมดา ตอนนี้เรากำลังจะฝึกฝนตนเองให้เป็นคนปั้นที่ไม่ธรรมดาอยู่นะคะ

English Tips : การสร้างลูกให้เป็นเด็ก 2 ภาษา ตอนที่1


คำถามที่มักจะเจอบ่อยๆสำหรับคนที่คิดจะเริ่มต้นสร้างลูกรักให้เป็นเด็กสองภาษา


-หลักการสอนลูกให้พูดภาษาอังกฤษได้
-เริ่มต้นเมื่อไหร่ดี
-พ่อแม่ไม่เก่งภาษาอังกฤษจะทำได้อย่างไร
-เราต้องพูดภาษาอังกฤษตลอดเวลาเลยหรือเปล่า
-เราต้องใช้เวลามากแค่ไหนในแต่ละวัน
-กว่าสิ่งที่เราทำจะได้ผลกินเวลานานแค่ไหน
-ไม่ได้เริ่มตั้งแต่แรก ลูกเข้าเรียนแล้ว วิธีนี้ยังได้ผลอยู่หรือไม่
 
และคงจะมีคำถามอีกมากมายที่อยู่ในใจคุณพ่อคุณแม่ที่คิดวางแผนจะสร้างลูกรักให้เป็นเด็ก 2 ภาษา เรื่องนิยามของคำว่าเด็ก 2 ภาษา คงจะไม่ขอกล่าวถึงนะคะ เพราะหลายๆท่านคงมีเป้าหมายในใจกันอยู่บ้างแล้ว คุณแม่เองแม้จะเป็นครูสอนภาษาอังกฤษแต่ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญการสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กเล็กมาตั้งแต่เริ่มต้น นักเรียนส่วนมากเป็นผู้ใหญ่วัยทำงานและเด็กโต ดังนั้นคงจะมีผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ที่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้อีกมากมาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ธรรมชาติของเด็ก ซึ่งจะแตกต่างกันไปแต่ละคน  ซึ่งคุณพ่อคุณแม่แต่ละครอบครัวคงต้องนำไปปรับเปลี่ยนให้เข้ากับลูกๆ
ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ และพร้อมจะพูดคุยแลกเปลี่ยนเทคนิควิธีการที่ได้ผลและน่าจะได้ผลในทุกๆประเด็นนะคะ
เรามาเริ่มที่คำถามยอดฮิตกันนะคะ เพราะก่อนเริ่มเราก็ควรมาทำความเข้าใจให้ใกล้เคียงกันมากที่สุดก่อน 

-หลักการสอนลูกให้พูดภาษาอังกฤษได้
        จำไว้เลยค่ะว่า พ่อแม่คือครูสอนภาษาคนแรกของลูก ที่ดีที่สุด ได้ผลที่สุด เพราะตั้งแต่เกิดมานั้นลูกอยู่กับเราเกือบจะตลอดเวลา เด็กเกิดมากับครอบครัวที่พ่อแม่พูดภาษาอะไร เด็กก็พูดภาษานั้นได้ โดยการฟัง จดจำ เลียนแบบ และพูดตาม ซึ่งเป็นหลักการธรรมชาติมากๆ ดังนั้นวิธีการสอนให้ลูกพูดภาษาอังกฤษได้ ก็คือ พ่อหรือแม่พูดกับลูกด้วยภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันนั่นเองค่ะ  

-เริ่มต้นเมื่อไหร่ดี
            เริ่มทันทีที่อ่านบทนำเรื่องนี้จบเลยค่ะ ไม่ต้องรอเวลาให้ตัวเราเองพร้อมที่สุด เพราะลูกนั่นแหละค่ะที่เค้าพร้อมตั้งแต่อยู่ในท้องเราแล้ว เด็กวัยแรกเกิด – 7 ปี เป็นวัยทองของการเรียนรู้ด้านภาษาเลยล่ะค่ะ ดังนั้น เริ่มเร็วเท่าไหร่ยิ่งได้ผลและง่ายขึ้นเท่านั้น

-พ่อแม่ไม่เก่งภาษาอังกฤษจะทำได้อย่างไร
           ทำได้โดยเริ่มต้นไปพร้อมกับลูกเลยค่ะ หาข้อมูลภาษาอังกฤษจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เริ่มเรียนรู้คำศัพท์ที่ต้องใช้ เริ่มอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง จากคำเป็นวลี จากวลีเป็นประโยค หลังจากนั้นเริ่มพูดกับลูกค่ะ ไม่ต้องรีบร้อน จำไว้ว่าเราพูดได้แค่ไหน ลูกจะพูดได้แค่นั้น ดังนั้น เพิ่มเติมคำศัพท์และประโยคภาษาอังกฤษวันละนิด พูดกับลูกอย่างสม่ำเสมอและมีวินัย เรียนรู้ไปพร้อมกันกับลูก ประโยคที่เราพูดเป็นภาษาอังกฤษกับลูกได้แล้ว ไม่ต้องกลับไปพูดเป็นภาษาไทยอีกเลย

-เราต้องพูดภาษาอังกฤษตลอดเวลาเลยหรือเปล่า
            พูดเป็นภาษาอังกฤษในประโยคที่เรามั่นใจว่าถูกต้องตลอดค่ะ ส่วนประโยคที่เรายังพูดเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ ให้พูดเป็นภาษาไทยไปก่อน แล้วเรียนรู้ต่อว่าต้องพูดอย่างไร เมื่อเรียนรู้เพิ่มแล้ว ก็พูดประโยคนั้นด้วยภาษาอังกฤษแทนภาษาไทย ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆทุกวัน จนวันหนึ่งทุกประโยคที่เราพูดกับลูก ก็จะเป็นภาษาอังกฤษได้ทั้งหมดแทนที่ภาษาไทยเองค่ะ

-เราต้องใช้เวลามากแค่ไหนในแต่ละวัน
            มีเวลาแค่ไหนใช้แค่นั้นเลยค่ะ เดินสวนกันก็สอนได้แล้ว คุณพ่อคุณแม่หลายๆท่านอาจทำงานประจำ ก็สามารถใช้เวลาหลังเลิกงานหรือในวันหยุดช่วงที่อยู่กับลูก หรือช่วงเวลาก่อนเข้านอนซึ่งเป็นเวลาเหมาะสมที่จะใช้อ่านนิทานให้ลูกฟัง เรื่องระยะเวลานั้นถึงจะมีไม่มาก แต่ขอให้เป็นเวลาที่มีคุณภาพและบรรยากาศอบอุ่น จะกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ได้สูงที่สุดค่ะ

-กว่าสิ่งที่เราทำจะได้ผลกินเวลานานแค่ไหน
            ถ้าตอบว่าได้ผลตั้งแต่วันแรกนี่จะเวอร์เกินไปไม๊คะ แต่ก็เป็นแบบนั้นจริงๆนะ อย่าลืมว่าเรากำลังเติมน้ำใส่ลงไปในบ่อที่ไม่มีวันจะเต็มคะ ฟังดูน่าเหนื่อยนะ มากด้วย เพราะการเรียนรู้นั้นไม่มีวันสิ้นสุด ที่สำคัญคือความสม่ำเสมอ เติมมาก เติมบ่อย เราก็จะเห็นปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น ขอแค่อย่าหยุดเติมแค่นั้นคะ เติมด้วยความสุข ความสนุก ที่ได้เห็นพัฒนาการของลูกรัก การที่ลูกเราทำได้ด้อยหรือช้ากว่าลูกของครอบครัวอื่นนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ต้องคำนึงถึงนะคะ ไม่ได้แข่งกับใครซะหน่อย

-ไม่ได้เริ่มตั้งแต่แรก ลูกเข้าเรียนแล้ว วิธีนี้ยังได้ผลอยู่หรือไม่
            ได้แน่นอนคะ การเรียนรู้ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยวัย แต่ความยากง่ายต่างหากที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงวัย และยังมีความสนใจในสิ่งกระตุ้นต่างๆอีกที่แตกต่างกัน สำหรับลูกในวัยรุ่นคุณพ่อคุณแม่อาจต้องใช้เพลงสากล หรือเรื่องราวที่เค้าสนใจมาเป็นส่วนช่วย แตกต่างจากเด็กก่อนวัยเรียน  อย่าลืมนะคะ เรากำลังจะสร้างสิ่งแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ให้เกิดขึ้นภายในบ้านเราค่ะ ไม่ใช่แค่เพื่อลูกเราเท่านั้น แต่เพื่อคุณพ่อคุณแม่ด้วย

คุณแม่ขอเอาใจช่วยสำหรับทุกๆการเริ่มต้นนะคะ คุณแม่จะพยายามค้นหา รวบรวมและแบ่งปันสิ่งที่สามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ในการเรียนรู้ภาษา เพื่อลูกๆ และทุกๆครอบครัวคะ
 



เรามีผู้ที่ได้เข้าร่วมพัฒนาภาษาอังกฤษกับเรา และประสบความสำเร็จอยู่ทั่วประเทศ หลากหลายอายุ และสาขาอาชีพ มาร่วมเป็นสมาชิกกับ Get Real English สิคะ ภาษาอังกฤษของคุณจะได้พัฒนาขึ้นทันทีที่คุณเริ่มเรียนวันแรกเลยค่ะ



สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GETREAL ENGLISH

โทร 02-6329959

เปิดทำการทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00-21.00น. และ วันเสาร์ 09.00-18.00น.

* หยุดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์